Home » Health

Category Archives: Health

การวินิจฉัยโรคเท้าแบน และภาวะเท้าแบน ในด้านการแพทย์

เบื้องต้น ผู้ป่วยสามารถสังเกตภาวะเท้าแบนได้ด้วยตนเอง โดยสังเกตรอยเท้าที่เปียกน้ำว่าปรากฏรอยเท้าแบบเต็มเท้าหรือไม่ หากรอยเท้ามีลักษณะเต็มเท้า ไม่ปรากฏส่วนโค้งเว้า แสดงว่ามีแนวโน้มเกิดภาวะเท้าแบน ทั้งนี้ ผู้ป่วยอาจไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยได้ แพทย์จะตรวจและวินิจฉัยภาวะเท้าแบนโดยพิจารณาว่าผู้ป่วยมีภาวะเท้าแบนหรือไม่ และสาเหตุของภาวะดังกล่าวเกิดจากอะไร  

โดยแพทย์จะสังเกตลักษณะเท้าตั้งแต่ด้านหน้าและหลังเท้า รวมทั้งให้ผู้ป่วยลองยืนขึ้นเพื่อดูลักษณะเท้าตอนยืน และดูประวัติการรักษาของผู้ป่วยประกอบด้วย เนื่องจากภาวะเท้าแบนที่เกิดขึ้นอาจเกี่ยวเนื่องกับอาการเจ็บป่วยหรือการได้รับบาดเจ็บที่ผู้ป่วยเคยประสบมา รวมทั้งดูรองเท้าที่สวมว่ามีลักษณะการสวมที่ผิดปกติหรือไม่ และหากผู้ป่วยเกิดอาการเจ็บปวดที่เท้า ผู้ป่วยอาจต้องเข้าได้รับการตรวจด้วยภาพสแกนต่างๆ เพื่อหาสาเหตุ ดังนี้ 

  • เอกซเรย์ แพทย์จะเอกซเรย์กระดูกและข้อต่อของเท้า เพื่อตรวจหาอาการข้ออักเสบ 
  • ซีที สแกน วิธีนี้จะทำโดยเอกซเรย์เท้าของผู้ป่วยหลายมุม ซึ่งจะช่วยให้ได้ข้อมูลมากขึ้น 
  • อัลตราซาวด์ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่เอ็นจะต้องทำอัลตราซาวด์ โดยการใช้คลื่นเสียงประมวลภาพเนื้อเยื่ออ่อนภายในร่างกายออกมา 
  • เอ็มอาร์ไอ แพทย์จะทำเอ็มอาร์ไอซึ่งเป็นการใช้คลื่นวิทยุและสนามแม่เหล็กประมวลภาพของเนื้อเยื่อในร่างกาย 
เท้าแบน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเท้าแบน และภาวะเท้าแบน 

  • หากภาวะเท้าแบนเกิดอาการแย่ลงจะส่งผลกระทบต่อการเดินของผู้ป่วย ทั้งนี้ การสูญเสียความสามารถในการทรงตัวและดีดตัวของเท้าจะทำให้ปวดที่เท้าและหลังมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงอาการปวดของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และอาการอักเสบของเส้นเอ็น 
  • ลักษณะการเดินและรูปเท้าที่เปลี่ยนไปทำให้เท้าเกิดความผิดปกติอื่นๆ เช่น นิ้วหัวแม่เท้าผิดรูป หนังหนาด้าน ข้อนิ้วเท้าเกิดงอและติดกันแน่น หรือเกิดปุ่มกระดูกขึ้นมา 
  • เนื่องจากไม่สามารถลงแรงไปที่เท้าได้เต็มที่ แรงกระแทกจากการเคลื่อนไหวจึงไปลงที่ขามากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อหน้าขาอักเสบ 
  • ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดอาจติดเชื้อ ข้อเท้าเคลื่อนไหวได้ไม่ดี กระดูกหายช้า และเกิดอาการเจ็บอยู่ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดที่พบได้ไม่บ่อยนัก 

ทั้งนี้ เมื่อเข้ารับการรักษาเรียบร้อยแล้ว คุณจะต้องสวมใส่รองเท้าแตะสำหรับคน เท้าแบน เนื่องจากรองเท้าแตะสำหรับคนเท้าแบนจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการลดการบาดเจ็บของเท้า และที่สำคัญคุณควรใส่รองเท้าแตะสำหรับคนเท้าแบนอย่างสม่ำเสมอ หากต้องเดินหรือวิ่ง 

ข้อดีของ “nursing home” ที่เราอาจจะยังไม่รู้

 “nursing home” หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินคำนี้มาไม่มากก็น้อยซึ่งปัจจุบันการเลือกใช้บริการ nursing home นั้นกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ และยังไม่เข้าใจใน nursing home และเข้าใจผิดว่า nursing home นั้นเป็นบ้านพักคนชรา วันนี้เราจะมาแจ้งไขความใจผิด และ มารู้ข้อดีของ nursing home กันจะดีกว่านะครับ 

nursing home คืออะไร ?  

 nursing home นั้นหมายถึง ศูนย์พักฟื้นคนชรา หรือ ผู้ป่วยติดเตียง และ ผู้ป่วยที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่ง nursing home นั้นจะเป็นเหมือนกับบ้านพักสำหรับคนป่วยในระยะสั้นมากกว่า ซึ่งแตกต่างจากบ้านพักคนชราที่จะเป็นการตั้งใจนำผู้สูงอายุ หรือ คนชรา นั้นมาให้ทางบ้านพักคนชรามาดูแลแทน แม้ไม่มีอาการป่วยอะไรก็ตามแต่ดังนั้นบ้านพักคนชรา และ nursing home จึงมีความแตกต่างกันนั้นเอง  

ข้อดีของ nursing home 

 ในส่วนของ nursing home นั้นจะแตกต่างกับบ้านพักคนชราด้านบนไป ซึ่งมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว เดี๋ยวในส่วนข้อดีเราจะมาลองดูกันดีกว่าครับว่ามีข้อดีอะไรบ้าง ?  

   มีคนดูแลผู้สูงอายุ : ในส่วนแรกที่สำคัญที่สุดในการเกิด nursing home นั้นคือการที่มีคนดูและ ผู้สูงอายุแทนเรา ซึ่งบางทีลูก หรือ หลาน อาจจะไม่ว่าง ก็เลยเลือกใช้บริการ nursing home นั้นเอง 

   คนดูแลมีความเป็นมืออาชีพ : ไม่ต้องกังวลว่า พยาบาล หรือ บุคลกรที่มาบริการในด้านนี้จะไม่มีความรู้ และ ความสามารถ เพราะว่ามีการคัดสรรบุคลากรมาอย่างดีแน่นอน  

   สะดวกกว่าที่บ้าน : นอกจากเรื่องข้อจำกัดในเรื่องของเวลาแล้ว ข้อจำกัดอีกเรื่องนั้นคือ “ความสะดวก” เพราะบางทีการที่เรานำ ผู้สูงอายุมาฝากไว้ให้ nursing home ดูแลอาจจะสะดวกสบายกว่า การที่ไปดูแลที่บ้านก็ได้นะครับ  

 นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในเรื่องของ “ข้อดีของ nursing home” และความแตกต่างของระหว่าง nursing home กับบ้านพักคนชราเท่านั้นนะครับ ที่นี่เราจะได้เลิกเข้าใจผิดระหว่างคำว่า nursing home และ บ้านพักคนชราสักทีนะครับ 

ไขข้องใจ การ ตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน นั้นจำเป็นต้องทำหรือไม่ ?

                 ในขั้นตอนก่อนที่จะเข้าทำงานในบริษัท องกรณ์  หรือ โรงงานตต่าง ๆ นั้นหากเราได้รับการพิจารณาในการเข้าทำงานหลังจากยื่นใบสมัครเข้าทำงานแล้ว ขั้นตอนต่อไปนั้นคือ การ ตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน ซึ่งคิดว่าหลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า “เราจำเป็นต้องตรวจจริง ๆ หรือไม่ ?” ซึ่งในบทความนี้เราจะขออนุญาตินำความรู้มาแชร์กันนะครับว่าทำไม เราต้องตรวจสุขภาพ และเป็นข้องบังคับ หรือไม่ ?

ตามข้อบังคับแล้วเราจำเป็นจะต้องตรวจสุขภาพหรือไม่  ?

                 ตามกฎหมาย และ ข้อบังคับ ของกรมแรงงานนั้น กำหนดไว้ว่า “ทุกคนไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพก่อนเริ่มทำงาน”  ยกเว้น หน่วยงานที่มี หรือ องกรณ์ที่มีความเสี่ยงในด้านการทำงาน เช่น พื้นที่เสี่ยงในการทำงาน  หรือ สภาพแวดล้อม รอบ ๆ ข้างนั้นเสี่ยงต่อการเสียชีวิต  จึงจำเป็นต้องตรวจสุขภาพไว้เช่นกัน ดังนั้นไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้อตตรวจสุขภาพ แต่ว่าให้ตรวจเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยงเท่านั้น

แล้วทำไมจะต้องตรวจสุขภาพด้วย ?

                เหตุผลที่เราจะต้อง ตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน นั้นมีเพียง 2 เหตุผลหลัก ๆ นั้นคือ หนึ่งในเพื่อผลประโยชน์โรงงาน หรือ บริษัทนนั้น ๆ ที่จะต้องการมั่นใจได้ว่าพนักงานที่กำลังจะเข้ามาร่วมนั้นมีศักยภาพ และ มีสุขภาพที่ดีพอที่จะทำงานให้กับองกรณ์ หรือ บริษัทนั้น ๆ และอีกผลนั้นคือ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองที่จะจำเป็น ตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน เพื่อหาว่าตัวเราติดสารเสพติด หรือ มีโรคร้ายแรงหรือไม่ ?

ต้องตรวจอะไรบ้าง ?

                 การ ตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน นั้นจะตรวจในรูปแบทั่วไปนั้นคือ ตรวจปัสสาวะ  ตรวจสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ตรวจหาสารเสพติด และ เอ็กซเรย์ปอดเบื้องต้น  ซึ่งเราสามารถติดต่อหาตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน ได้เลย หรือถามจากพนักงานฝ่ายบุคลที่เป็นคนรับเอกสารของเราก็ได้

                 และนี้เป็นความรู้ของเรื่องตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน ที่สำคัญนะครับ ดังนั้นในบทความนี้เราไขปัญหาถึงคำถามที่ว่า เราจำเป็นต้องตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงานหรือไม่ ? พร้อมกับความรู้อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านนะครับ