Home » General » เปรียบเทียบยิปซั่มบอร์ดและสมาร์ทบอร์ด

เปรียบเทียบยิปซั่มบอร์ดและสมาร์ทบอร์ด

ยิปซั่มบอร์ด

  • ผลิตจากผงแร่ยิปซั่มอัดแล้วปิดทับหน้าหลังด้วยกระดาษ ได้แผ่นผนังผิวหน้าเรียบเนียน แต่เปราะหักง่าย มีปัญหาเรื่องความชื้น
  • ติดตั้งกับโครงคร่าว ยึดด้วยตะปูเกลียว หรือตอกตะปูยึด
  • ใช้กับงานผนังภายใน กั้นห้อง ทำฝ้าเพดาน พื้นที่ที่ไม่ค่อยเจอความชื้นหรือเปียกน้ำบ่อยๆ แล้วถ้าจะใช้ทำผนังภายนอกหรือพื้นที่ชื้นบ่อยๆ เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ ฝ้าชายคา ต้องเลือกรุ่นที่ทนความชื้น
  • ขนาด 120 x 40 ซม.
  • ความหนา 9, 12, 15 มม.
  • ราคายิปซั่มบอร์ดอยู่ที่แผ่นละ 140 – 300 บาท ซึ่ง ราคายิปซั่มบอร์ด นั้นขึ้นอยู่กับความหนา ชนิดของแผ่นปิด เช่น กระดาษ หรือฟลอยด์ หรือแผ่นกันชื้น
  • จุดเด่นของยิปซั่มบอร์ดคือ น้ำหนักเบา และถ้าไม่ทำโครงคร่าว สามารถติดปูนกาวแทนได้ เวลาฉาบปูนรอยต่อระหว่างแผ่นจะฉาบได้เรียบเนียนกว่า เจาะ ตัด ซ่อมก็ง่าย รวดเร็ว
  • จุดด้อยคือปลวกกิน โดนน้ำไม่ได้ รับน้ำหนักได้น้อย เปราะ กรุกระเบื้องทับไม่ได้ ผิวไม่สวย ต้องทาสี หรือฉาบปูนปิด
ราคายิปซั่มบอร์ด

สมาร์ทบอร์ด

  • ผลิตจากปูนซีเมนต์ผสมเส้นใยเซลลูโลส (ปลอดใยหิน) ผสมทรายซิลิกา แล้วนำไปอบไอน้ำแรงดันสูง แข็งแรงกว่ายิปซั่มบอร์ด ดัดโค้งได้ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องความชื้นอยู่บ้าง ผิวหน้ามีทั้งด้านที่เรียบเนียน สามารถโชว์ผนังได้ หรือทาสี ฉาบผิวหน้าเพิ่มได้ กับผิวด้านที่ขรุขระกว่า จะเหมาะกับการปูกระเบื้องทับเพราะการยึดเกาะจะดีกว่าด้านที่เรียบเนียน
  • ติดตั้งกับโครงคร่าว ต้องยึดด้วยตะปูเกลียว
  • ใช้ได้ทั้งผนังภายในและผนังภายนอก แผ่นรองใต้หลังคาหรือรองพื้นก่อนปูพื้น การเลือกใช้งานได้ง่ายกว่าเพราะจะแยกประเภทมาให้ชัดเจน สามารถเลือกได้เลยว่าต้องการแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดสำหรับงานฝ้า หรืองานผนัง สามารถปูกระเบื้องโดยใช้ปูนกาวทับไปบนแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดได้ หรือจะทำเป็นผนังสองชั้น ใช้โฟมฉนวนกันความร้อนตรงกลางก็ได้
  • ขนาด 1.20 x 2.40 เมตร
  • ความหนา 3.5, 4, 6, 8, 10, 12, 16, 18 มม.
  • มีตั้งแต่ ราคาไม่ถึงร้อยบาทต่อแผ่นจนถึงห้าร้อยบาท ขึ้นอยู่กับความหนา
  • จุดเด่นคือ ปลวกไม่กิน ดัดโค้งได้ ทนแดด ทนฝน ผิวด้านหนึ่งเรียบเนียน สามารถทำผนังโชว์ผิวได้ สำหรับคนที่อยากได้อารมณ์ผนังปูนเปลือย
  • จุดด้อยคือยืด หด บิดตัวได้ มากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพหน้างาน ฉาบรอยต่อระหว่างแผ่นให้เนียนยาก จะเจาะ ตัด ซ่อมแซมก็ยากกว่า ผิวหน้าไม่สวยต้องมีการปิดผิวเพื่อความสวยงามอีกชั้น ถ้าใช้ในพื้นที่มีความชื้นสูงมากๆ เช่น ผนังชั้นล่าง หรือผนังที่สัมผัสดินหรือน้ำ ต้องทาเคลือบป้องกันความชื้นก่อน ป้องกันสีลอกร่อน